Categories
ข่าว

ย้อนดูผลงาน 3 แนวรุก ลิเวอร์พูล ปืนฝืดในลีก 3 นัดติด!

ย้อนดูผลงาน 3 แนวรุก ลิเวอร์พูล ปืนฝืดในลีก 3 นัดติด!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงที่ผ่านมาทั้งหมดทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน พวกเขาทำประตูในลีกไม่ได้เลยมา 3 นัดติดต่อกันเข้าไปแล้ว ซึ่งผิดวิสัยของพวกเขาอย่างมาก จนทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล บางส่วนมองว่าแนวรุกในตอนนี้น่าเป็นห่วงกว่าเกมรับซะด้วยซ้ำไป

โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ คือ 3 แนวรุกที่สร้างความสำเร็จให้กับ ลิเวอร์พูล ตลอดช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2018-19 และแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่น 2019-20 ทำให้มันไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแนวรุกที่น่ากลัวที่สุดชุดหนึ่งในยุคปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ วันนี้เราเลยจะมาเจาะผลงานการเล่นเกมรุกในลีก 3 นัดที่ผ่านมาของ มาเน่, ซาลาห์ และ ฟีร์มีโน่ กัน เพื่อดูว่าแต่ละคนเล่นกันได้ในระดับไหน โดยเราจะอ้างอิงข้อมูลจาก fbref เว็บไซต์บันทึกสถิติการเล่นต่างๆ เป็นหลัก

ความแม่นยำในการยิง

ในเกมลีก 3 นัดหลังสุด ซาลาห์ มีโอกาสลุ้นทำประตูทั้งหมด 7 หน แต่มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ลูกยิงของเขาเป็นการยิงตรงกรอบ โดยเกิดขึ้นในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล อย่างไรก็ตาม มาเน่ ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่ เพราะเขาก็ยิงตรงกรอบแค่หนเดียวจากโอกาสลุ้นทำประตูทั้งหมด 6 ครั้ง โดยการยิงตรงกรอบครั้งเดียวที่ว่าของ มาเน่ เกิดขึ้นในนัดกับ เซาธ์แฮมป์ตัน

ขณะที่ ฟีร์มีโน่ มีจังหวะยิงตรงกรอบ 3 หนจากการลุ้นทำประตูทั้งหมด 11 ครั้ง ใน 3 เกมที่ผ่านมา ทำให้ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์การยิงตรงกรอบแล้วนั้นตัวเลขของหัวหอกชาวบราซิเลียนก็ถือว่าดีที่สุดที่ 27.27 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย มาเน่ ที่ทำได้ 16.66 เปอร์เซ็นต์ ปิดท้ายด้วย ซาลาห์ ที่ทำไป 14.28 เปอร์เซ็นต์

 การสร้างสรรค์โอกาส

 5 หน คือจำนวนครั้งที่ ซาลาห์ สร้างโอกาสการยิงให้กับทีมได้ในการลงเล่นเกมลีก 3 นัดที่ผ่านมา โดยเกมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาทำอย่างนั้นได้ 3 ครั้ง โดยอีก 2 ครั้งเกิดขึ้นในนัดพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 ขณะที่เกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เขาทำอย่างนั้นไม่ได้เลย

โดยที่จริงเกมกับ “สาลิกาดง” ก็เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกันที่เขาสร้างโอกาสยิงในลีกไม่ได้เลยด้วย เพราะเกมเจ๊า เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ก่อนหน้านั้นเขาก็สร้างโอกาสยิงไม่ได้เลยเช่นกัน

ขณะที่ มาเน่ มีจังหวะการเล่นที่นำไปสู่การยิงทั้งหมด 8 ครั้ง โดยเกมที่เขาทำอย่างนั้นได้มากที่สุดคือนัดกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ทำไป 4 หน ตามด้วยเกมแดงเดือดที่ทำได้ 3 ครั้ง

ส่วนนัดกับ นิวคาสเซิ่ล เขาทำได้ 1 หน ขณะที่ ฟีร์มีโน่ ยังสวมบทกองหน้าจอมปั้นเพื่อนได้ดี เพราะเขามีจังหวะการเล่นที่กลายเป็นการสร้างโอกาสทำประตูได้ถึง 10 หนในช่วง 3 เกมที่ผ่านมา ประกอบด้วย 2 หนในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล และ เซาธ์แฮมป์ตัน ต่อด้วย 6 ครั้งในเกมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

SA777

 การผ่านบอล

3 นัดที่ผ่านมา ซาลาห์ มีจังหวะผ่านบอลที่กลายเป็นจังหวะสำคัญแค่ 2 ครั้งเท่านั้น โดยเกิดขึ้นในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน และ แมนฯ ยูไนเต็ด นัดละ 1 หน ตรงข้ามกับ มาเน่ ที่ทำอย่างนั้นได้ 5 ครั้ง ขณะที่ ฟีร์มีโน่ มีผลงานในด้านนี้ 4 หนจากการลงเล่นในลีก 3 นัดหลังสุด

นอกจากนี้ จากการผ่านบอลเข้าเป้าทั้งหมด 71 ครั้งใน 3 นัดที่ผ่านมา มันก็มีเพียง 5 ครั้งที่การผ่านบอลของ ซาลาห์ เป็นการผ่านบอลที่ดันเกมบุกขึ้นไปข้างหน้าได้อย่างน้อย 5 หลา ทำให้เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลที่กลายเป็นการช่วยดันเกมบุกขึ้นหน้าอย่างน้อย 5 หลาของเขาอยู่ที่ 7.04 เปอร์เซ็นต์

หากเทียบกับจังหวะผ่านบอลเข้าเป้าทั้งหมด ซึ่งน้อยที่สุดในกลุ่ม 3 แนวรุกเพราะ มาเน่ ทำได้ 17.33 เปอร์เซ็นต์ (13 ครั้งจากการผ่านบอลเข้าเป้า 75 หน) ส่วน ฟีร์มีโน่ ทำได้ 9.63 เปอร์เซ็นต์ (8 ครั้งจากการผ่านบอลเข้าเป้า 83 หน)

********************************

สนับสนุนข่าวโดย belezacollection.com

สนใจเว็บพนันออนไลน์ SA777 ที่นักพนันทุกคนเลือกเล่น

********************************